Sak lai Studio
Poo and Leck New York

2nd Floor. Lido Theater, Siam Square
Bangkok, Thailand
Tel. 08 1830 8325, 0 2658 3994

สักลาย สตูดิโอ
ปู และ เล็ก นิวยอร์ก

ชั้น 2 โรงหนังลิโด้ สยามสแควร์ กรุงเทพฯ
โทร. 08 1830 8325, 0 2658 3994

Saklai Tattoo Studio Thailand, Poo and Leck New York

ศิลปินช่างสัก

เล็ก นิวยอร์ก

lek

เล็ก นิวยอร์ก ได้รับแรงบันดาลใจในการสักจากวัยเด็ก จากการได้เห็นลายสักของลุงคนหนึ่ง ซึ่งสักเป็นรูปผีเสื้อที่มีลายเส้นสีดำและมีสีแดงบนตัวผีเสื้อ ซึ่งการสักในยุคสมัยนั้นจะเป็นการสักยันต์เป็นส่วนใหญ่ พอเข้าสู่วัยรุ่น เริ่มสนใจการสักยันต์ด้วยความเชื่อทางไสยศาสตร์ ได้ไปสักยันต์กับพระอาจารย์ที่วัดอนงค์ และวัดรวก ซึ่งเป็นการสักน้ำมัน ไม่มีสี

ช่วงวัยเด็กเป็นคนชอบเขียนรูป และได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์  (หลังจากพยายามสอบเข้าโรงเรียนช่างศิลป์ถึง 2ครั้ง) ศึกษาอยู่เกือบปี แล้วลาออกด้วยเหตุผลเพียงเพราะเบื่อการเรียนวิชาสามัญ

ในปี ค.ศ.1988 ได้เดินทางไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา วันหนึ่งได้ชมรายการทีวีเกี่ยวกับลายสักของยากูซ่าของญี่ปุ่น ซึ่งมีความงามเป็นชิ้นใหญ่เป็นเรื่องราวต่างจากการสักของชาวอเมริกาที่ส่วนใหญ่เป็นงานชิ้นเล็กๆ หลังจากได้ชมรายการ TV. นี้แล้วก็เริ่มเขียนลายเพื่อจะไปสักตรงต้นแขนในลักษณะของงานญี่ปุ่น โดยเขียนลายเป็นตัวมังกร เมื่อไปถึงร้านสักก็ได้นำแบบออกมาให้ช่างสักดู ช่างสักก็บอกว่า

งานลักษณะนี้เป็นงาน Custom คิดราคาเป็นเวลา 1 ชั่วโมง $75/ชม. (ค.ศ.1988) อาจต้องใช้เวลาประมาณ 10 ชม. คิดแล้วเป็นเงินราว $750 ซึ่งในขณะนั้นผมมีเงินไม่มากพอ ช่างสักคนนั้นก็แนะนำให้เลือกแบบ (Flash) ต่างๆ ซึ่งติดอยู่บนกำแพงราคาตามชิ้นงาน วันนั้นผมตัดสินใจเลือกรูปปลาสักตรงต้นแขนซ้าย หลังจากสักเสร็จ กลับถึงบ้านเมื่อดูแล้วผมค่อนข้างผิดหวัง ที่ไม่ได้สักลายมังกรที่ผมได้ออกแบบไป และผมเชื่อมั่นว่าตัวผมเองสามารถที่จะสักได้ดีกว่านี้ ตั้งแต่นั้นมาผมพยายามหา สถานที่สอนการสัก แต่ต้องผิดหวังเพราะงานสักในอเมริกาเป็นลักษณะ Family Business ซึ่งจะสอนแต่สมาชิกในครอบครัวหรือคนสนิทจริงๆ ในเวลาไม่นาน ผมได้พบชาวอเมริกันบริเวณบ้านคนหนึ่งถอดเสื้อและมีลายสักสักเป็นรูปคลื่นญี่ปุ่น ผมจึงเข้าไปคุยกันอย่างถูกคอเพราะชอบลายสักญี่ปุ่นเหมือนกัน เขาให้ผมยืมหนังสือ Tattoo Time ซึ่งเขียนโดย Ed Hardy หลังจากอ่านจนจบ ผมบอก Roman เพื่อนชาวอเมริกัน ว่าผมอยากเป็นลองสัก สิ่งที่ Roman ตอบมาคือ (It’s not easy) มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คำพูดประโยคนี้ผมรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นคำดูถูก ซึ่งจริงๆแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น ผมคบกับ Roman พูดคุยกันในเรื่องสักตลอดเวลา

ผมได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวของช่างสักชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง  ซึ่งใช้เวลาถึง 5 ปีในการรับใช้อาจารย์ของเขา จนในปีที่ 6 เขาถึงได้เริ่มมีโอกาสสัก โดยหัดกับหัวไชเท้า จนมั่นใจแล้วจึงสักลายบนขาของตัวเอง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเป็นอย่างมาก

จนในปี 1991 ผมได้ตัดสินใจค้นคว้าเรื่องการสักด้วยตนเอง แล้วตัดสินใจซื้อเครื่องมือสักครบชุดเพื่อทำการสักโดยใช้ผลส้มเป็นสิ่งทดลองเพื่อฝึกการใช้เครื่องมือจนมั่นใจ หลังจากนั้นอีก 1 เดือน ผมเริ่มหัดสักลวดลายบนต้นขาขวาของตนเองเป็นรูปปลาคร๊าฟ พอเริ่มสักโดยการเดินเส้นจากหางปลาความยาวประมาณ 2 นิ้ว ผมรู้สึกว่ามันไม่เข้าท่าเลย เส้นไม่มีความคม และก็เจ็บมาก ผมจึงหยุดการสักไว้เพียงเท่านั้น แล้วก็ปิดแผล

แต่หลังจากที่ Poo ภรรยาของผมกลับมาจากที่ทำงาน ผมได้เล่าเรื่องการสักขาของผมให้ฟังน้องปูขอดูแล้วบอกว่าสักครั้งแรกได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว ทำไมไม่ทำต่อให้เสร็จ คำพูดนี้เองที่ทำให้ผมหันกลับมาทำใหม่จนเสร็จ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร โดยผมจะสักประมาณวันละ 2-3 ชม. เป็นเวลากว่า 3 อาทิตย์จึงแล้วเสร็จ ในระหว่างที่ผมทำการสักตัวเองซึ่งลองผิดลองถูกอยู่นาน ในช่วงหน้าร้อนผมชอบไปเดินดูของเก่า วันนั้นผมใส่กางเกงขาสั้น และลายสักโผล่ออกมาเล็กน้อย คนขายของรูปร่างอ้วนขอชมลายสักของผม ผมบอกว่าผมสักเอง เขาก็โชว์ลายสักของเขาชิ้นหนึ่งซึ่งสักโดย Ed Hardy และตัวเขาเองก็เป็นช่างสักมาก่อนเขาได้กรุณาแนะนำการใช้เครื่องมือ และวิธีสักให้ หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเพื่อนสนิทคนไทย

ด้วยกันที่มาหาที่บ้านบ่อยๆเห็นเข้า ก็เลยให้ผมสักให้บ้าง พอผมสักเสร็จเขาก็พาเพื่อนมาให้สักและเพื่อนที่ทำงานชาวอิตาลีก็มาให้สัก และก็บอกต่อกันไป ในช่วง 2 ปีแรกของการสัก ผมไม่เคยคิดเงินใครเลยแต่เพื่อนๆ เหล่านี้ก็มีน้ำใจพาไปเลี้ยงข้าว ความสัมพันธ์ก็แนบแน่นขึ้น จนเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้ผมทำเป็นอาชีพ ผมทำได้อยู่ประมาณ 2 ปี ผมก็ตัดสินใจย้ายมาประเทศไทยในปลายปี 2539 แล้วเปิด SAK-LAI TATTOO STUDIO บนชั้น 2 ของโรงภาพยนตร์ลิโด ในวันที่ 20 มี.ค. 2540


ปู

poo

เดินทางไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี ในปี พ.ศ. 2525 จบการศึกษาระดับ High School จากโรงเรียน Memmorial ที่เมือง Houston Texas แล้วเข้าศึกษาต่อใน UNIVERCITY Of Houston หลังจากนั้นได้ย้ายไปอยู่นิวยอร์ค และเข้าศึกษาต่อที่ F.I.T. สาขา Interior

สนใจงานสักหลังจากที่ Leck N.Y. สักได้ประมาณ 1 ปี จากการที่ได้คลุกคลีอยู่ จึงเริ่มฝึกหัดเทคนิคใน พ.ศ. 2534 โดย เล็ก นิวยอร์คเป็นผู้แนะนำให้ในการใช้เครื่องมือ ประมาณปี พ.ศ. 2536 ปูได้หยุดทำงาน Tattoo ชั่วคราว เนื่องจากต้องดูแลลูกสาวที่เกิด จนในปี พ.ศ. 2539 ได้ย้ายกลับประเทศไทย แล้วมาทำ Tattoo อย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุปัน